การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) 1

 

shutterstock_103544783

คือวิธีการผ่าตัดกระชับช่องคลอด เพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการมีเพศสัมพันธ์ บ่อยครั้งที่ผู้หญิงมักจะบ่นว่าช่องคลอดหลวม ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกไม่เหมือนเดิมระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ และไม่ได้รับความรู้สึกถึงจุดสุดยอดได้เหมือนเดิม ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญก็คือ การขาดแรงเสียดสีภายในช่องคลอด

การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์ ) ยังเป็นวิธีการในการรักษาภาวะบกพร่องของผนังช่องคลอดด้านหลัง ทำให้มีก้อนโผล่เข้าไปในช่องคลอดและ/หรือบริเวณปากช่องคลอด เนื่องจากลำไส้ดันผนังช่องคลอดทางด้านหลัง ซึ่งสาเหตุเกิดเนื่องจากโครงสร้างต่างๆ ที่พยุงอุ้งเชิงกรานนั้นเสื่อมตัว ทําให้ผนังช่องคลอดด้านหลังซึ่งกั้นระหว่างลําไส้และช่องคลอดบางลง

อาการต่างๆของภาวะบกพร่องของผนังช่องคลอดด้านหลัง

  • bullet_tickมีอาการท้องผูกเรื้อรัง
  • bullet_tickมีอาการกลั้นผายลมไม่อยู่
  • bullet_tickมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • bullet_tickมีก้อนออกมาทางช่องคลอด
  • bullet_tickมีอาการปวดตรงช่องทวารหนัก
  • bullet_tickมีอาการปวดท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์
  • bullet_tickมีอาการปวดหลังด้านล่างและปวดมากขึ้นในตอนเย็น
  • bullet_tickมีลมหรือมีเสียงคล้ายผายลมออกจากช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์

 สาเหตุของภาวะบกพร่องของผนังช่องคลอดด้านหลังเกิดจาก

  • bullet_tickการคลอดลูกหลายคนหรือใช้เวลาในการคลอดนาน
  • bullet_tickการใช้ปากคีมหรือวิธีการช่วยเหลืออื่นๆในการคลอดลูก
  • bullet_tickเกิดจากการตัดเพื่อขยายปากช่องคลอดในการคลอดลูก ทําให้ฝีเย็บฉีกขาด
  • bullet_tickการมีประวัติอาการท้องผูกเรื้อรัง ความเครียดเรื้อรัง ซึ่งมีผลกับการเคลื่อนไหวของลำไส้
  • bullet_tickอายุที่มากขึ้น แต่ก็อาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในผู้หญิงที่มีอายุน้อยหรือในผู้ที่ไม่เคยคลอดบุตร
  • bullet_tickเกิดตามหลังการตัดมดลูก เพราะการตัดมดลูกทําให้มีการตัดหรือเกิดการทําลายโครงสร้างต่างๆ รวมทั้งเอ็นและเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆปากมดลูก ที่ทําหน้าที่พยุงรอบๆผนังช่องคลอดทางด้านบน ที่ช่วยพยุงอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ทําให้เกิดภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน

 

posterior prolapse

ภาพแสดงผนังช่องคลอดด้านหลัง
ซึ่งกั้นระหว่างลําไส้และช่องคลอดหย่อนยานและลดความแข็งแรงลง

 

การแก้ไขภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดทำได้ 4 วิธี คือ

1) การขมิบกล้ามเนื้อของช่องคลอด (Kegel Exercise)

  • bullet_tickซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ทั้งนี้ต้องมีการฝึกขมิบอย่างถูกต้อง และฝึกขมิบนานอย่างน้อย 3-6 เดือน จึงจะได้ผลและผลที่ได้ก็มีขีดจำกัด

2) การใช้เลเซอร์กระชับช่องคลอดแบบที่ไม่มีบาดแผล (Incisionless Laser Vaginal Tightening)

  • bullet_tickเป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งยังไม่เคยมีการนำมาใช้ในงานศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวชมาก่อน ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช โรงพยาบาลยันฮี ถือเป็นแห่งแรกประเทศไทย ที่เปิดให้บริการเลเซอร์กระชับช่องคลอดแบบที่ไม่มีบาดแผล ทำให้หลังการทําเลเซอร์จะไม่มีอาการปวดและไม่มีการสูญเสียเลือด นอกจากนี้ยังงดมีเพศสัมพันธ์หลังการทําเลเซอร์เพียง 2-4 สัปดาห์
  • bullet_tickแต่อย่างไรก็ตามการทำกระชับช่องคลอดโดยวิธีนี้มีข้อจำกัด การทําเลเซอร์ชนิดนี้ควรทําในสุภาพสตรีที่มีช่องคลอดหย่อนยานไม่มากนัก เนื่องจากความกระชับที่ได้เป็นผลมาจากการสร้างคอลลาเจนบริเวณรอบๆช่องคลอด  ซึ่งเนื้อเยื่อช่องคลอดของแต่ละบุคคลก็อาจมีการตอบสนองต่อเลเซอร์–สร้างคอลลาเจนได้ไม่เท่ากัน–อีกทั้งผลการรักษาที่ได้เพียงชั่วคราว ทำ 1 คอร์ส สามารถกระชับช่องคลอดได้ 1 ปี
  • bullet_tickนอกจากนี้เลเซอร์ชนิดนี้ยังสามารถช่วยรักษาภาวะไอ จามปัสสาวะเล็ดในสุภาพสตรีได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด TVT-O แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นเดียวกัน คือควรใช้รักษาในสุภาพสตรีที่มีภาวะไอ จามปัสสาวะเล็ดที่ไม่รุนแรง หรือในสุภาพสตรีที่มีโรคประจำตัว ที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัด TVT-O ได้–และการทำเลเซอร์ชนิดนี้ข้อเสียเช่นเดียวกันกับเลเซอร์กระชับช่องคลอด คือผลการรักษาที่ได้–ได้ผลเพียงชั่วคราว ทำ 1 คอร์ส สามารถช่วยรักษาภาวะ ไอ จามปัสสาวะเล็ดได้ 1 ปี

3) การผ่าตัดตกแต่งทางด้านหลังของช่องคลอด (รีแพร์) (Posterior Vaginal Repair)

  • bullet_tickเป็นการผ่าตัดแก้ไขภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดเฉพาะทางด้านหลังของผนังช่องคลอด ซึ่งจะช่วยให้ช่วยลดขนาดความกว้างของช่องคลอดและภาวะหย่อนยานของช่องคลอดให้ดีขึ้นบางส่วน แต่จะไม่สามารถแก้ไขภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดชนิดรุนแรงได้

4) การผ่าตัดตกแต่งทางด้านหน้าและด้านหลังของช่องคลอด (A-P Vaginal Repair)

  • bullet_tickเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน เป็นการผ่าตัดเอาผนังช่องคลอดและเนื้อเยื่อส่วนเกินทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผนังช่องคลอดที่ยื่นเข้าไปในช่องคลอดออกไป สามารถช่วยแก้ปัญหาในผู้ที่มีภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดชนิดรุนแรง อันเนื่องมาจากการคลอดบุตรหลายคน สามารถลดภาวะหย่อนยานของผนังช่องคลอดหรือขนาดช่องคลอดได้มากกว่าการผ่าตัดรีแพร์ทางด้านหลัง (Posterior Vaginal Repair)
  • bullet_tickเป็นการผ่าตัดที่ช่วยในการตกแต่งท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ใหญ่ และทวารหนักหย่อน ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนดีขึ้นและในขณะเดียวกันก็ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นด้วย ทั้งนี้ในกรณีของการรักษาเรื่องภาวะไอ จามปัสสาวะเล็ดนั้น การผ่าตัด A-P รีแพร์ไม่สามารถรักษาอาการดังกล่าวได้ถาวร ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะมีปัสสาวะเล็ดได้อีกภายในเวลา 5 ปีหลังการผ่าตัด

ข้อควรทราบและการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์)

  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) เป็นการผ่าตัดเอาผนังช่องคลอดและเนื้อเยื่อส่วนเกินทางด้านหลังของผนังช่องคลอดที่ยื่นเข้าไปในช่องคลอดออกไป รวมทั้งช่วยตกแต่งภาวะลำไส้ใหญ่หรือทวารหนักหย่อน ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ภาวะผนังช่องคลอดด้านหลังหย่อนดีขึ้น และในขณะเดียวกันก็ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นด้วย
  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์)  มีข้อจำกัดไม่สามารถรับประกันผลและความพึงพอใจในผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคนได้ทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานเดิมของผู้เข้ารับการผ่าตัด ได้แก่ กรณีช่องคลอดกว้างมากหรือมีบุตรหลายคน อาจไม่สามารถทำให้ช่องคลอดแคบมากๆได้ และนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการดูแลแผลหลังผ่าตัดที่ถูกต้องของผู้เข้ารับการผ่าตัด ในการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน แล้วเกิดแผลแยกหลังการผ่าตัด
  • bullet_tickอย่างไรก็ตามทั้งนี้อาจจะเกิดจากสาเหตุใดๆก็ตาม ที่ทำให้การผ่าตัดมีผลคลาดเคลื่อนเกิดขึ้น หรือกรณีเป็นความต้องการของผู้เข้ารับการผ่าตัดที่ต้องการผ่าตัดแก้ไข เนื่องจากไม่พึงพอใจผลการผ่าตัด ก็อาจทำได้โดยการพิจารณาตามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการผ่าตัดและแพทย์ควรจะปรึกษาร่วมกัน โดยผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการผ่าตัดแก้ไขต่อเนื่องภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังการผ่าตัด โดยเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่ายา และค่าใช้จ่ายทางวิสัญญีตามจริง
  • bullet_tickผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการซักประวัติและตรวจภายใน กรณีที่มีการติดเชื้ออยู่ในช่องคลอดก่อนการผ่าตัดอยู่แล้ว เช่น เชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรีย ควรรักษาภาวะติดเชื้อในช่องคลอดให้หายก่อนทำการผ่าตัด
  • bullet_tickผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการอธิบายเกี่ยวกับสภาพของช่องคลอดก่อนการผ่าตัด ข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัด และการระงับความรู้สึก รวมทั้งประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำผ่าตัด ทางเลือกในการรักษา โอกาสสำเร็จหรือผลลัพธ์ในการทำผ่าตัด และรายละเอียดเกี่ยวกับการพักฟื้นหลังการผ่าตัด
  • bullet_tickผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการอธิบายเกี่ยวกับ ภาวะแทรกซ้อนทั่วไปของการผ่าตัด ได้แก่ ภาวะเลือดออก ภาวะแผลติดเชื้อ ความเจ็บปวดหลังการผ่าตัด การแพ้ยาหรือสารอื่นที่ใช้ในการผ่าตัด การเกิดตกขาวมากและนานหรือการเกิดเชื้อราในช่องคลอด รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนจำเพาะของหัตถการ ได้แก่ ภาวะปัสสาวะลําบากหรือปัสสาวะไม่ออกในช่วง 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด การเกิดรูรั่วระหว่างลําไส้กับช่องคลอด
  • bullet_tickไม่แนะนำให้ทำการผ่าตัดในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดต้องไม่ตั้งครรภ์ หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนนี้ แม้จะไม่เคยมีรายงานถึงผลเสียของการผ่าตัดต่อทารกในครรภ์
  • bullet_tickในการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) บริเวณที่ทำการผ่าตัดมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากภาวะเลือดออกผิดปกติ ในระหว่างผ่าตัดหรือหลังการผ่าตัด เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดค่อนข้างมาก ภาวะเลือดออกผิดปกติ ไม่ควรรับประทานยาในกลุ่มแอสไพริน หรือกลุ่มยาลดการแข็งตัวของเลือด 10 วันก่อนหรือหลังการผ่าตัด
  • bullet_tickในการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) บริเวณที่ทำการผ่าตัดมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการแยกของแผลผ่าตัดได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่ในบริเวณที่จะได้ผลกระทบจากการเคลื่อนไหว ซึ่งได้แก่ การเดินหรือแม้แต่การขยับต้นขาไปมาบนเตียงนอนหลังการผ่าตัด ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรจะต้องหยุดทำงาน และงดกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำเป็นประจำในช่วง 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด เพื่อป้องกันการแยกของแผลผ่าตัด รวมทั้งการป้องกันการติดเชื้อแล้วเกิดแผลแยก โดยการรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบหลังการผ่าตัด
  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) จะทำการผ่าตัดโดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ ร่วมกับการฉีดยานอนหลับเข้าหลอดเลือดดำ ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจึงต้องงดน้ำและอาหารก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการสำลักเศษอาหารในระหว่างหรือหลังจากการทำผ่าตัด หลังการผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีอาการมึนงง เวียนศีรษะ จากการฉีดยานอนหลับ ควรนอนพักเพื่อสังเกตอาการจนกว่าอาการจะดีขึ้น และไม่ควรขับขี่ยานพาหนะหลังการผ่าตัด เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
  • bullet_tickเมื่อพร้อมที่จะเข้ารับการผ่าตัด โปรดโทรเจ้าหน้าที่เพื่อนัดวันผ่าตัด หากผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมีโรคประจำตัว หรือมีประวัติการแพ้ยา กรุณาแจ้งแพทย์ก่อนการผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์ )

  • bullet_tickในวันผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดและการดูแลหลังการผ่าตัด ( รีแพร์) โดยละเอียดอีกครั้ง สอบถามข้อสงสัยอื่นๆ รวมทั้งใบเซ็นแสดงความยินยอม และใบคําแนะนำหลังการผ่าตัด กรณีไม่แน่ใจ มีข้อสงสัย กังวลมากหรือไม่มั่นใจ เนื่องจากเหตุใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับการผ่าตัดควรเลื่อนการผ่าตัดไปก่อน
  • bullet_tickการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด (รีแพร์) ทำในห้องผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยการให้ยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ เมื่อผู้เข้ารับการผ่าตัดหลับ แพทย์จึงจะฉีดยาชาที่บริเวณที่จะทำการผ่าตัดคือบริเวณด้านหลังของผนังช่องคลอด
  • bullet_tickหลังการฉีดยาชาแพทย์จึงจะทําการผ่าตัดเลาะเอาผนังช่องคลอดด้านหลังส่วนเกินที่ยื่นเข้าไปในช่องคลอดทิ้ง ดังนั้นผนังช่องคลอดทางด้านหลังจะขาดออกจากกันเป็นรูปลิ่มหรือตัววีกลับหัว ( V ) โดยที่ด้านแหลมของตัว Vอยู่ใกล้กับปากมดลูก-ด้านกว้างของตัว V อยู่ใกล้กับปากช่องคลอด—หลังจากนั้นแพทย์จะนําขอบแผลทั้งสองข้างหรือขาของตัว V ทั้งสองข้างมาชิดกันใหม่–แล้วจะทําการเย็บติดกันด้วยไหมละลายช้า โดยเริ่มที่ด้านแหลมของตัว V ที่อยู่ใกล้กับปากมดลูกก่อน–โดยทําการเย็บทั้งหมด 2 หรือ 3 ชั้น แล้วแต่ความเหมาะสมและเพื่อป้องกันการแยกของแผลผ่าตัด–ทั้งนี้แพทย์หญิง วิทัศศนาจะทําการเย็บเพื่อซ่อมผนังช่องคลอดตลอดความยาวทั้งหมดของผนังช่องคลอดทางด้านหลัง (ดังรูป)

การผ่าตัดตกแต่งด้านหลังช่องคลอด

 การผ่าตัดตกแต่งด้านหลังช่องคลอด

 

การทำผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดเป็นหนึ่งของการศัลยกรรมเพื่อความงามประเภทหนึ่ง ที่มีความซับซ้อนและละเอียดมากที่สุดชนิดหนึ่ง ที่มีการให้บริการอยู่ในปัจจุบัน โดยต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจในโครงสร้างทางกายวิภาค และทักษะการผ่าตัดที่ความแม่นยำเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน ศัลยแพทย์โดยส่วนมากขาดประสบการณ์ หรือมีประสบการณ์ทางด้านศัลยกรรมเพื่อความงามประเภทนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นผู้เข้ารับบริการจำเป็นต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของแพทย์ที่จะทำการผ่าตัด

อ่านต่อ>>

Copy Protected by Chetans WP-Copyprotect.