การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) 1

  

การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) คือ วิธีการผ่าตัดที่ช่วยตกแต่งผิวหนังและกล้ามเนื้อฝีเย็บที่ฉีกขาด  –(ฝีเย็บ คือ พื้นที่ที่มองเห็นระหว่างช่องคลอดและทวารหนัก)  ซึ่งทำให้ปากช่องคลอดเปิดกว้างกว่าปกติ ส่วนใหญ่เกิดจากการตัดเพื่อขยายปากช่องคลอดในการคลอดบุตร ซึ่งถือเป็นสาเหตุที่ทําให้มีการฉีกขาดของฝีเย็บมากที่สุด อย่างไรก็ตามการฉีกขาดของฝีเย็บอาจเกิดขึ้นได้จากอุบัตืเหตุหรือเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ สําหรับรอยย่นปากช่องคลอดหรือฝีเย็บอาจเกิดจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น เกิดขึ้นเองโดยกําเนิดหรือเกิดขึ้นเองเมื่ออายุมากขึ้น

 

ภาพแสดงบริเวณฝีเย็บ (Perineum) 

 

ข้อมูลที่ควรทราบและการเตรียมตัวก่อนการตัดสินใจทําผ่าตัดศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • การตกแต่งฝีเย็บหรือการเย็บซ่อมปากช่องคลอด–จะไม่ลงลึกลงไปในช่องคลอดแต่ตั้งใจที่จะฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอในการให้กำเนิดบุตร โดยการเย็บเฉพาะตรงปากช่องคลอด (ความลึกไม่เกิน 2-3 เซนติเมตร) วัตถุประสงค์เพื่อทำให้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของปากช่องคลอดแคบขึ้น โดยการตัดผิวหนังส่วนเกินหรือรอยย่นออกแล้วเย็บกล้ามเนื้อที่อยู่ข้างใต้หรือเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้เคียงไปพร้อมกัน เพื่อให้เกิดความสวยงามและความรู้สึกแนบชิดได้มากขึ้นตรงปากช่องคลอด จึงทำให้เกิดความรู้สึกในการมีเพศสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนใหญ่การตกแต่งฝีเย็บมักทําร่วมกับการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด
  • ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์มาใช้ในการทำผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ซึ่งส่งผลให้การผ่าตัดมีความแม่นยำและเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น เนี่องจากเลเซอร์สามารถควบคุมความความลึกของแผลผ่าตัดได้ ทําให้ช่วยลดการเสียเลือดและช่วยลดการทำลายเส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผลผ่าตัดและเนื้อเยื่อที่อยู่ข้างใต้แผลผ่าตัดส่งผลดีต่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัดดีกว่า ทำให้การทำผ่าตัดด้วยเลเซอร์ได้ผลที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับการทำผ่าตัดโดยใช้ใบมีดแบบดั้งเดิม
  • ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการซักประวัติและตรวจภายใน กรณีที่มีการติดเชื้ออยู่ในช่องคลอดก่อนการผ่าตัดอยู่แล้ว เช่น เชื้อรา หรือ เชื้อแบคทีเรีย ควรรักษาภาวะติดเชื้อให้หายก่อนทำการผ่าตัด
  • ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดได้รับการอธิบายเกี่ยวกับสภาพของช่องคลอดก่อนการผ่าตัด ข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดหรือหัตถการ และการระงับความรู้สึกภาวะแทรกซ้อนจำเพาะของหัตถการ เช่น ภาวะเลือดออก ภาวะแผลติดเชื้อ ความเจ็บปวดหลังการผ่าตัด การแพ้ยาหรือสารอื่นที่ใช้ในการผ่าตัด รวมทั้งประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำผ่าตัด ทางเลือกในการรักษา โอกาสสำเร็จในการทำผ่าตัด และรายละเอียดเกี่ยวกับการพักฟื้น
  • ไม่แนะนำทำการผ่าตัดในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดต้องไม่ตั้งครรภ์หรือวางแผนที่จะมีครรภ์ในระยะ 3 เดือนนี้ แม้จะไม่เคยมีรายงานถึงผลเสียของการผ่าตัดต่อทารกในครรภ์
  • ในการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด บริเวณที่ทำการผ่าตัดมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่ในบริเวณที่จะได้ผลกระทบจากการเคลื่อนไหว ผู้ข้ารับการผ่าตัดควรจะต้องหยุดทำงานและละเว้นกิจกรรมต่างๆที่เคยทำเป็นประจำในช่วง 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด เพื่อป้องกันการแยกของแผลผ่าตัด รวมทั้งการป้องกันการติดเชื้อแล้วเกิดแผลแยกโดยการรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบหลังการผ่าตัด
  • การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอดมีข้อจำกัด  ไม่สามารถรับประกันผลและความพึงพอใจในผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละคนได้ทั้งหมดทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานเดิมของผู้เข้ารับการผ่าตัด (ได้แก่ กรณีปากช่องคลอดกว้างมาก มีแผลเป็นจากการคลอดก่อนหน้านี้หรือมีบุตรหลายคน) และขึ้นอยู่กับการดูแลแผลหลังผ่าตัดของผู้เข้ารับการผ่าตัด หรืออาจจะเกิดจากสาเหตุใดๆก็ตาม ทําให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดไม่พึงพอใจผลการผ่าตัด ซึ่งกรณีการผ่าตัดมีผลคลาดเคลื่อนหรือกรณีเป็นความต้องการของผู้เข้ารับการผ่าตัดที่ต้องการผ่าตัดแก้ไขเนื่องจากไม่พึงพอใจผลการผ่าตัด ก็อาจทำได้โดยการพิจารณาตามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการผ่าตัดและแพทย์ควรจะปรึกษาร่วมกัน โดยผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการผ่าตัดแก้ไขต่อเนื่องภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังการผ่าตัด โดยเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่ายา (ประมาณ 3,000 -5,000 บาท/ต่อการผ่าตัดแก้ไข 1 ครั้ง)
  • การผ่าตัดนี้ทำร่วมกับการฉีดยาชาและยานอนหลับฉีดเข้าหลอดเลือดดํา ผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดจึงต้องงดน้ำหรืออาหารก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการสำลักเศษอาหารในระหว่างหรือหลังจากการทำผ่าตัด หลังการผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีอาการมึนงง เวียนศีรษะ จากการฉีดยานอนหลับ ควรนอนพักเพื่อสังเกตอาการจนกว่าอาการจะดีขึ้น และไม่ควรขับขี่ยานพาหนะกลับเองเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุหลังการผ่าตัด

เมี่อพร้อมที่จะเข้ารับการผ่าตัด โปรดโทรแจ้งแพทย์หรีอเจ้าหน้าที่เพี่อนัดวันผ่าตัด หากผู้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดมีโรคประจำตัวหรือมีประวัติการแพ้ยา กรุณาแจ้งแพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัดและการดูแลหลังการผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ)

  • ในวันผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับข้อมูลเกียวกับการผ่าตัดและการดูแลหลังการผ่าตัดโดยละเอียดอีกครั้งสอบถามข้อสงสัยอี่นๆ รวมทั้งใบเซ็นต์ยินยอมและใบคําแนะนําหลังการผ่าตัด กรณีไม่มั่นใจ, มีข้อสงสัย, กังวลเกี่ยวกับการผ่าตัดหรือไม่แน่ใจเนี่องจากสาเหตุใดๆเกี่ยวกับการผ่าตัด ควรเลื่อนการผ่าตัดไปก่อน
  • การผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) กระทำในห้องผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1/2- 1 ชั่วโมง โดยการให้ยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ เมี่อผู้เข้ารับบริการผ่าตัดหลับ แพทย์จึงจะฉีดยาชาที่บริเวณที่จะทําการผ่าตัดคือบริเวณด้านหลังของปากช่องคลอด หลังการฉีดยาชาแพทย์จีงจะทําการผ่าตัดเลาะเอาปากช่องคลอดด้านหลังส่วนเกินที่ฉีกขาดหรือส่วนที่เป็นรอยย่นทิ้ง หลังจากนั้นแพทย์จะนําปากช่องคลอดทั้งสองด้านที่ขาดออกจากกันหลังการตัดส่วนเกินหรือรอยย่นทิ้ง นําขอบแผลของปากช่องคลอดทั้งสองข้างมาเย็บชิดกันใหม่  โดยจะทําการเย็บซ่อมปากช่องคลอดใหม่ด้วยไหมละลายช้าเพื่อห้ามเลือดตลอดความยาวทั้งหมดของปากช่องคลอด หลังจากนั้นจะทําการเย็บขอบแผลอีกรอบด้วยไหมละลายช้าเส้นเล็กเพื่อป้องกันภาวะเลือดออกหลังการผ่าตัด (ดังรูป)

 

ก่อนการผ่าตัดตกแต่งฝีเย็บ

 หลังการผ่าตัดตกแต่งฝีเย็บ

  • หลังจากเสร็จผ่าตัดตกแต่งปากช่องคลอด (ฝีเย็บ) ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะถูกนําไปสังเกตุอาการที่ห้องพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการ เมื่อรู้สึกตัวดี, ตรวจแผลผ่าตัดไม่มีเลือดออกจากแผลผิดปกติ ผู้เข้ารับบการผ่าตัดสามารถปัสสาวะได้เองและเข้าใจการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดเมี่อมีการสอบถามเพื่อทบทวนซํ้าอีกครั้ง–สามารถตอบคําถามได้ถูกต้อง– แพทย์จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้
  • ในผู้เข้ารับการผ่าตัดบางรายที่แพทย์อาจจะแนะนําให้นอนพักโรงพยาบาล ซึ่งหลังการผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดจะถูกนําไปสังเกตอาการที่ห้องพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการ 1 ช้่วโมง เมื่อรู้สึกตัวดี แพทย์จึงจะอนุญาตให้กลับไปนอนพักสังเกตอาการต่อที่ตึกผู้ป่วยใน ที่ตึกผู้ป่วยในผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับยาปฏิชีวะนะ ยาแก้อักเสบที่ช่วยลดอาการปวดแผลผ่าตัด ยาพาราเซ็ตตามอลแก้ปวดและยาระบาย กรณืผู้เข้ารับบริการผ่าตัดมีอาการปวดแผลมากไม่ดีขึ้นโดยการรับประทานยาแก้ปวดก็จะได้รับยาแก้ปวดชนิดฉีดเพื่อบรรเทาอาการปวด
  • ในผู้เข้ารับการผ่าตัดบางรายที่แพทย์อาจจะแนะนําให้นอนพักโรงพยาบาล วันแรกหลังการผ่าตัดมีความจำเป็นที่ต้องใส่สายสวนปัสสาวะคาไว้ เพื่อป้องกันอาการปัสสาวะกะปริบกะปรอยหรือปัสสาวะลำบากหลังผ่าตัดในระยะแรก
  • ในวันแรกหลังการผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดไม่ควรอาบน้ำเพื่อป้องกันการติดเชื้อ อาจใช้การเช็ดตัวไปก่อน สามารถอาบน้ำได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัดหรือหลังจากถอดสายสวนปัสสาวะแล้ว
  • วันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดจะสามารถลุกและเดินไปรอบๆ ได้ แพทย์จะทําการถอดสายสวนปัสสาวะ  หลังจากนั้นถ้าผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถปัสสาวะได้เองหลังการถอดสายสวนปัสสาวะ ตรวจแผลผ่าตัดว่าไม่มีเลือดออกจากแผลผิดปกติและเมี่อมีการสอบถามเพื่อทบทวนซํ้าอีกครั้งเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดแล้วผู้เข้ารับการผ่าตัดเข้าใจดี–สามารถตอบคําถามได้ถูกต้อง–แพทย์จึงจะอนุญาตให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดกลับบ้านได้

 

อ่านต่อ>>